พ่อแม่หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า การเลือกใช้งานคาร์ซีทยี่ห้อไหนดีถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เนื่องจากคาร์ซีทจะเปรียบเสมือนเข็มขัดนิรภัยของเด็ก ที่ให้ความปลอดภัยต่อการเดินทางได้มากที่สุด โดยเด็กควรนั่งคาร์ซีททุกครั้งที่เดินทางออกข้างนอกบ้าน เพราะจะยังไม่สามารถคาดเข็มขัดนิรภัยได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่เด็กได้มากกว่าเดิมอีกด้วย
คาร์ซีทยี่ห้อไหนดี รู้จักกับคาร์ซีท Rearward Facing Seats
สำหรับคาร์ซีท Rearward Facing Seats จะเป็นคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะรถ ซึ่งคาร์ซีทยี่ห้อไหนดีประเภทนี้จะเหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 0-2 ปีมากที่สุด เพราะเด็กจะยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่นัก แถมยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกด้วย ดังนั้นคาร์ซีทประเภทนี้จะสามารถป้องกันศีรษะ คือ และกระดูกสันหลังของเด็กได้ดีกว่าคาร์ซีทประเภทหันไปด้านหน้า ในส่วนของการติดตั้งคาร์ซีทก็สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย แต่ที่สำคัญหากติดตั้งคาร์ซีทเอาไว้เบาะด้านข้างคนขับ ห้ามลืมปิดการทำงานของถุงลมนิรภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยต่อการใช้งานได้ดีที่สุด
แนะนำวิธีติดตั้งคาร์ซีทแบบ Rearward Facing Seats
การติดตั้งคาร์ซีทในปัจจุบัน ต้องบอกเลยว่าจะมีการติดตั้งง่ายดายมากที่สุด แถมยังติดตั้งได้กับทุกยี่ห้อรถยนต์เลยก็ว่าได้ และสำหรับคาร์ซีทยี่ห้อไหนดีประเภท Rearward Facing Seats จะติดตั้งง่าย ๆ ดังนี้
- การติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึง 1 ขวบ ควรติดตั้งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะเสมอ
- ห้ามติดคาร์ซีทประเภทที่ที่เบาะข้างคนขับโดยเด็ดขาด เพราะหากเกิดอุบัติเหตุถุงลมนิรภัยจะทำงาน และก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็กได้ หรือหากจำเป็นต้องติดเบาะข้างคนขับ ให้ปิดใช้งานถุงลมนิรภัยเสมอ
- หากใครที่ต้องการติดถุงลมนิรภัยข้างคนขับ หากเป็นรถรุ่นที่ไม่สามารถปิดถุงลมนิรภัยได้ จะต้องถอดเอาถุงลมนิรภัยออกเสียก่อน
- สำหรับการใช้งานของเด็กที่มีอายุไม่ถึง 1 ขวบ จะต้องใช้งานสายรัดแบบ 3 หรือ 5 จุดเท่านั้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยต่อการใช้งานได้ดีที่สุด
การเลือกใช้คาร์ซีทยี่ห้อไหนดี ตัวช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ให้แก่ลูกน้อย ยิ่งเป็นเด็กที่มีอายุไม่ถึง 1 ขวบด้วยแล้ว ความปลอดภัยถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด เพราะเด็กยังไม่มีร่างกายที่แข็งแรงเท่าที่ควร และคอยังไม่สามารถตั้งเองได้ ดังนั้นการเลือกใช้งานคาร์ซีทจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับอายุของเด็ก บวกกับการติดตั้งอย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้ก็จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่เด็กได้ดีขึ้นกว่าเดิม
