ขิง (Ginger)  เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหากใครได้ลิ้มรองแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ชอบและไม่ชอบ เลยก็ว่าได้  แต่ทว่า ขิงของเรานั้น มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอย่างมากมาย อาทิเช่น แก้ท้องอืด เป็นต้น

                ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน ขิง สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด ทั้งคาวและหวาน เช่น ผัดไก่ใส่ขิง บัวลอยน้ำขิง เป็นต้น ซึ่งขิงนั้น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย คือ วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 แคลเซียม  ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คาร์โบไฮเดรต เส้นใย และโปรตีน  ซึ่งทุกส่วนของขิง สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ผล ต้น แก่น ดอก ใบ หรือแม้แต่รากเหง้า ก็ล้วนนำมาใช้ได้

                นอกจากจะมีคุณประโยชน์ทางด้านการนำมาประกอบอาหาร หรือทำให้รสชาติของอาหารดีขึ้นแล้ว ขิงยังมีประโยชน์และมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย วันนี้มาลองดูกันว่า ประโยชน์ของขิงที่ว่ามีเยอะแยะมากมายนั้น มีอะไรบ้าง

  1. ขิง ช่วยลดอาการท้องอืด อาการท้องอืด เป็นอาการที่รู้สึกว่าอาหารไม่ย่อย โดยสามารถนำขิงไปต้ม เพื่อจิบน้ำขิง หรือรับประทานขิงแบบสดๆ ก็จะสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้ เพราะขิงมีฤทธิ์ร้อน  จึงสามารถช่วยขับลมและกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้อีกด้วย
  2. ลดระดับน้ำตาลในเลือด ขิง มีฤทธิ์ที่สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถรับประทานขิงเพื่อลดน้ำตาลได้ แต่จะต้องอยู่ในการแนะนำของแพทย์ เพราะถ้าหากรับประทานมากจนเกินไป อาจทำให้ระดับอินซูลินลดลงได้
  3. บรรเทาอาหารคลื่นไส้อาเจียน  ไม่ว่าจะเป็นอาการคลื่นไส้อาเจียนจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น เมารถ เมาเรือ ด้วยกลิ่นของขิงที่แรง ประกอบกับรสชาติที่เผ็ดอมเปรี้ยว จึงสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้ แถมยังสามารถช่วยแก้อาการแพ้ท้องสำหรับสตรีตั้งครรภ์ได้อีกด้วย
  4. ขิงสามารถช่วยในการลดน้ำหนัก ลดระดับไขมัน ลดคอเลสตอรอล ด้วยการดูดซึมคอเลวตอรอลจากลำไส้ แล้วปล่อยให้ร่างกายกำจัดออกทางอุจจาระ 
  5. ช่วยแก้ไขปัญหาผมร่วง ด้วยการนำเหง้าสดไปผิงไฟจนอุ่น แล้วนำมาบดละเอียด และพอกบริเวณผมร่วงวันละ 2 ครั้ง หรือจะคั้นเอาเฉพาะน้ำมาผสมกับน้ำมันมะกอก แล้วจึงนำมาหมักผม นวดให้ทั่วศีรษะประมาณ 30 นาที ก็จะสามารช่วยลดปัญหาผมร่วงได้เป็นอย่างดี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างประโยชน์ของขิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แท้จริงแล้ว ขิงยังมีประโยชน์และสรรพคุณอีกหลายประการ ซึ่งสามารถศึกษาและทำความเข้าใจ และนำไปประกอบอาหารเมนูต่างๆ เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ ได้ทั้งความอร่อย และสุขภาพดีอีกด้วย หรือถ้าหากใครไม่ชอบทานขิงแบบสดๆ สามารถนำไปต้มเพื่อรับประทานเป็นน้ำได้เช่นกัน

Explore More

5 ประโยชน์ของน้ำเกลือล้างจมูก ที่มากกว่าการล้างฝุ่น

น้ำเกลือ ล้าง จมูก

หลายคนคุ้นเคยกับการใช้น้ำเกลือเพื่อ “ล้างจมูก” โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศมีฝุ่นละออง PM2.5 หรือช่วงฤดูฝนที่คนมักเป็นหวัดง่าย แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำเกลือ ล้าง จมูก ไม่ได้มีดีแค่ล้างฝุ่นเท่านั้น เพราะยังมีประโยชน์อีกมากที่คุณอาจไม่เคยรู้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจถึงข้อดีที่แท้จริงของการใช้น้ำเกลือล้างจมูกในชีวิตประจำวัน น้ำเกลือล้างจมูกคืออะไร? น้ำเกลือล้างจมูกคือสารละลายโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ที่มีความเข้มข้น 0.9% หรือที่เรียกว่า “Normal Saline” ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกายมนุษย์ จึงสามารถใช้ล้างจมูกได้โดยไม่ระคายเคือง และไม่ทำลายเยื่อบุโพรงจมูก 5 ประโยชน์ของน้ำเกลือล้างจมูก ที่คุณอาจไม่เคยรู้ 1. ลดการอักเสบและบวมของเยื่อบุจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุจมูก และลดการอักเสบ

โรคกระเพาะมีอาการเป็นอย่างไร

โรคกระเพาะ

ในปัจจุบันนี้โรคกระเพาะนั้นเป็นเรื่องหลักที่หลายๆคนนั้นมักที่จะเป็นกันอย่างมากมายเลยและที่สำคัญในเรื่องของโรคกระเพาะนั้นก็จะทำให้เราปวดท้องแบบทรมานได้ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องยิ่งให้ความสนใจและคำนึงถึงให้มากที่สุดด้วยจึงจะส่งผลที่ดีอย่างที่สุด อย่างน้อยการที่เราเป็นโรคกระเพาะนั้นก็จะช่วยทำให้เรารู้จักที่จะเป็นคนที่มีวินัยโดยการทานอาหารให้ตรงเวลาด้วยเพราะการที่เราทานอาหารได้ตรงเวลามากเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เรานั้นยิ่งมีความสุขอย่างที่สุดเลยและที่สำคัญในเรื่องของโรคกระเพาะนั้นหากเราเป็นแล้วรีบรักษาก็จะไม่ทำให้เราเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย  ในตอนนี้มีปัจจัยหลายๆอย่างที่มีผลต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหารได้นั้นคือความเครียด ความกังวลใจ ที่สามารถพบได้บ่อยในช่วงการทำงานรวมไปถึงด้านต่างๆที่จะทำให้เรานั้นไม่มีความสุขด้วยและแน่นอนว่าในเรื่องของโรคกระเพาะนั้นหากเรายิ่งดูแลตัวเองให้ดีมากเท่าไหร่ก็จะช่วยทำให้เราไม่ต้องทรมานอีกด้วย อาการของโรคกระเพาะจะมีอาการปวดท้องเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังบริเวณใต้ลิ้นปี่ เวลาปวดมักจะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เช่น ก่อนหรือหลังอาหาร จะมีอาการปวดแสบ จุกแน่น อาจมีอาการคลื่นไส้ เรอเปรี้ยว กรณีที่มีแผลบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้นจะปวดท้องหลังจากทานอาหารหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้องหนักขึ้นมาได้เลย ในเรื่องของโรคกระเพาะนั้นเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่ามองข้ามหรือละเลยไปเลยเพราะว่ายิ่งเรามองข้ามหรือละเลยไปแล้วนั้นอาจจะทำให้ยิ่งเกิดแผลในกระเพาะได้มากยิ่งขึ้นด้วยและที่สำคัญถ้าหากยังปล่อยให้เป็นแบบนี้นั้นจะทำให้เกิดกระเพาะทะลุได้อีกเหมือนกัน ดังนั้นเรื่องของโรคกระเพาะนั้นก็จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจกันอย่างมากมายที่สุดเลยเพราะยิ่งเราได้ให้ความสนใจกันมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ร่างกายยิ่งแข็งแรงมากขึ้นและที่สำคัญก็จะทำให้เราไม่ต้องเกิดแผลในกระเพาะอาหารต่างๆได้ด้วย เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญมากๆเพราะเรื่องของสุขภาพของเราต้องมาเป็นอันดับหนึ่งและหากเราดูแลในเรื่องของโรคกระเพาะแล้วนั้นก็จะไม่ปวดท้องหนักและควรที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ได้ดูว่ากระเพาะของเรามีแผลมากน้อยเพียงไหนเพื่อที่จะได้ยามาทานป้องกันไม่ให้เกิดแผลในกระเพาะที่ใหญ่ยิ่งขึ้นด้วยนั้นเอง

ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัด รักษาอาการอะไรได้บ้าง เหมาะสำหรับใคร ?

ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบําบัด

                ปัญหาเรื่องสุขภาพยังคงเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับทุกคน ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดจึงเป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อกายภาพบำบัดและฟื้นฟูร่างกายสำหรับทุกวัยที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ สามารถฟื้นฟูกายภาพบำบัดได้หลากหลายอาการโดยครอบคลุมทุกด้าน ปัจจุบันนี้ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดมีการรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยโดยทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ 7 อาการที่นิยมรักษาในศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัด                 นอกจาก 7 อาการนี้แล้วที่ศูนย์ฟื้นฟูกายภาพบำบัดยังสามารถฟื้นฟูกายภาพบำบัดได้อีกหลายอาการ ไม่ว่าจะเป็นกายภาพบำบัดฟื้นฟูจากการบาดเจ็บทางกีฬา การกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน กายภาพบำบัดลดอาการปวด ปรับสมดุลกล้ามเนื้อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย หากใครที่มีปัญหาสุขภาพไม่ว่าจะแบบใดไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะอาการต่าง ๆ สามารถรักษาได้ด้วยการกายภาพบำบัดหรือใช้โปรแกรมฟื้นฟูร่างกายที่จะช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ